วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2556

เปิดบ้านแอ็ดมิน



แอ็ดมินเป็นคนที่ติดดินครับ  กินอยู่อย่างเรียบง่าย   ตอนสมัยที่แอ็ดมินเรียนจบใหม่ๆ  ทำงานเดือนแรก
ได้เืดือนละ 8000 บาท  พอเงินเดือนออก อยากได้อะไรก็ซื้อครับ  ไปผ่อนคอมพิวเตอร์  ราคา  26000  บาท  1 เครื่องซึ่งสเป็คตอนนั้นถือได้ว่าแรงสุดๆเลยทีเดียว  คือเพ็นเทียม 4 นั่นเอง   ผ่อยอยู่หลายเดือนกว่าจะหลุดระหว่างผ่อน  จึงรู้ว่า  เราควรจะต้องรู้จักบริหารเงินให้เป็น  หลังจากทำงานได้ 7 เดือน  จึงเก็บเงินได้บ้าง    จึงคิดหาวิธีการที่จะมีรายได้สูงขึ้น  

 ถ้าทำงานเป็นลูกจ้างเงินเดือนก็จะขึ้นแค่ ปีละ  500 - 1000 เท่านั้น  จึงเปลี่ยนงานใหม่   มาทำงานที่มีวันหยุดเสาร์อาทิตย์  โดยทำงานเป็นลูกจ้างของรัฐ ได้เงินเดือน 7340 บาท  แล้วก็เรียนต่อ ปริญญาโท  โดยใช้เงินเดือนของตัวเอง และก็ยืมเงินพี่สาวมาเสริมอีก  หลังจากนั้น 2 ปีก็ได้จบปริญญาโทสมใจ  พร้อมกับหนี้สินอีก  100000  บาท  จากการยืมเงินพี่สาวมาเรียน    จึงทำงาน ใช้หนี้  ระหว่างนั้นก็คิดอีกนั่นแหละครับว่าจะทำอย่างไรถึงจะรวย  ก็เกิดความคิดที่จะสร้าง  วงดนตรีจ้างลูกน้องคุม   ตั้งร้านค้ารับจ๊อบล้างแอร์  ช่วงเสาร์อาทิตย์  แต่ก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะรวยได้อย่างไร หยุดเมื่อใหร่ก็ไม่ได้ตัง   ขายตรงก็เคยสมัครมาแล้วครับ  แต่พอเห็นวิธีการทำงานแล้วผมก็ไม่ปลื้ม  เพราะเหมือนไปตื้อตามติดขายของแพงๆเดี๊ยวจะเป็นที่น่ารังเกียจของเพื่อนๆเอาได้  ผมเลยเลิกทำ

 ส่วนเรื่องหางานใหม่ที่ได้เงินมากกว่านี้นั้น  ผมเลิกคิดไปแล้วครับ  ถึงจะมีเงินเดือนเพิ่มขึ้น เราก็เก็บเงินเพิ่มได้อีกไม่มาก  และเมื่ออายุ 60  เราก็ต้องออกจากงานจึงคิดว่าจะทำอะไรจึงจะทำให้เรามีกินมีใช้ตลอด

จึงคิดใหม่อีกว่าคนรวยเค้าทำอะไรกันถึงรวย  ก็ได้คำตอบว่าเค้าใช้เงินทำงาน ใช้เงินลงทุนและนำผลกำไรมาทบกันไปเรื่อยๆ     อย่างนี้นี่เอง    แล้วเราจะทำอะไรดีล่ะ    ช่วงนั้นเห็นน้องช่ายคุยให้ฟังว่าเค้าเล่นหุ้นโดย  ถ้าผลประกอบการของบริษัทที่เราถืออยู่ออกมาดีก็อาจได้ปันผล บากกับราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นอาจจะได้ถึง 10 เปอร์เซนต์ต่อปีเลย  เมื่อผมได้ยินดังนั้น  ผมจึงหาข้อมูลเพิ่ม  จนพบว่า  มันมีโอกาสที่จะทำกำไรได้จริงโดยที่เราไม่ต้องเหนื่อย  และ เงินมันก็ยังคงทำงานให้เราจนวันตาย และชั่วลูกชั่วหลานเลยเชียว  แหม  ทำไมเราไม่รู้จักตลาดหุ้นให้เร็วกว่านี้นะ  ผมจึงเปิดบัญชีหุ้น  และใส่เงินเริ่มแรกเข้าไป 30000 บาท  เทรด 3 วันได้กำไร 900 บาท โอ้ทำไมเงินหาง่ายอย่างนี้  หลังจากนั้นก็ใส่เงินเพิ่มเข้าไปอีก เป็น 90000 บาท   8 เดือนผ่านไป   เหลือเงิน  ไม่ถึง สองหมื่นบาท  ขาดทุนไป 80 %  หลังจากนั้นจึงได้ทำการคิดวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน ประกอบกันศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม  วางแผนการเทรดอย่างเป็นระบบจนในที่สุดกำไรก็กลับมา  แต่เงินทุนมันน้อยไปเสียแล้ว  สำหรับการทวงทุนที่หายไปคืนมา   ผมจึง  กู้เงินมาอีก 100000  บาทโดย  ผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเดือนละ 2700 บาท  ซึ่งตอนนี้เงินเดือนผมแค่  8340 บาท  และผมเล่นแชร์อีกเดือนละ 4000 บาท  ค่าเช่าห้องอีกเดือนละ 1400 บาท  ยังไม่รวมค่ากินอยู่ ค่าน้ำมัน ค่าโทรศัพท์   ส่วนค่าไฟแต่ละเดือนใช้ไม่เกิน 50 หน่วย  ฟรีตลอดอยู่แล้ว
รวมเบ็ดเสร็จเดือนหนึ่งจ่ายเป็นหมื่น   ผมอยู่ได้อย่างไร  เพราะผมคำนวนตัวเลขและวางแผนการใช้จ่าย  รายรับและรายได้  อย่างดีแล้วครับ   แชร์ผมได้ดอกเดือนละ 2000 ถ้าน้อยกว่าพันผมเปีย  ยังไงก็กำไร
เฉพาะดอกแชร์ก็เกือบส่งทั้งต้นและดอกที่กู้มาได้แล้ว   และยังมีผลกำไรจากหุ้นอีกเดือนละ  ประมาณ หนึ่งหมื่นบาท  และเพิ่มขึ้นทุกเดือน  จนเดือนมีนาคม  ผมได้กำไรจากหุ้น  38773  บาท

แผนการลงทุนยังคงดำเนินต่อไป  ชีวิตก็ยังคงดำเนินต่อไป  อนาคตอันสดใสรอเราอยู่ข้างหน้า
ถึงหนทางจะยังอีกยาวใกล  แต่ก็ไม่ใกลเกินกว่าใจเราจะไปถึง



รูปนี้เป็นรูปเครื่องคอมเพ็นเที่ยม 4 ที่แอ็ดมินซื้อนั่นแหละครับ  แต่ซื้อจอใหม่ 2 จอเพี่อการเล่นดนตรี  แต่ตอนนี้เลิกรับงานไปแล้วครับ  เลยเอามาเทรดหุ้นแทน  เวลาส่วนมากในการวิเคราะห์หุ้นจะเป็นช่วงหลังเลิกงาน ถึง เที่ยงคืนทุกวัน   และช่วงเวลาเทรดของแอ็ดมิก็จะมีแค่วันละ 30 นาทีหลังเที่ยงวัน  นอกจากบางวันจะว่างจริงๆถึงได้เทรด ส่วนคำสั่งซื้อขาย  ส่วนมากจะตั้งใว้ล่วงหน้า  จากการวิเคาระห์  หรือขายหลังเที่ยง   ส่วนในเวลางาน  แอ็ดมินแทบไม่ได้เปิดโทรศัพยท์เช็คราคาหุ้นเลย


ปลาเป็นย่อมว่ายทวนน้ำเสมอ  ชีวีตมีอยู่ก็ต้องสู้ต่อไปครับ  

  ความฝันมีใว้ให้ไปถึง  มิใช่มีใว้เพียงฝันเพื่อง            แล้วติดตามอ่านใหม่นะครับ

วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2556

ลมเปลี่ยนทิศ เลยเปลี่ยนใจขาย


ถึงจะไม่ได้ขายในราคาที่แพงที่สุด  แต่ก็ยังขายได้กำไรดีอยู่ครับ สำหรับ BTC  ผมขายไปในราคา 1.82
เอากำไรใว้ก่อนครับ  เห็นโวลุ่มซื้อเริ่มน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ  ทำให้เปอร์เซนต์กำไรในเดือนนี้พุ่งสูงขึ้นเป็น  19.21 %  สูงสุดเป็นประวัติการ   ถึงกระนั้น  เดือนนี้มันยังไม่สิ้นสุด  อะไรก็เกิดขึ้นได้

แล้วมาติดตามกันต่อนะครับ

วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2556

LET PROFIT RUN ให้หุ้นที่มีกำไรทำงาน


ปล่อยให้หุ้นที่มีกำไรทำงาน   ดีกว่าปล่อยให้หุ้นที่ขาดทุนทำงานนะครับ
 ตัวใหนแดงคัท  เขียวปล่อยใว้ลองดูกันนะครับว่าอะไรจะทำเงินให้เรามากกว่ากันระหว่าง

1.  แดงซื้อเขียวขาย  เอากำไรใว้ก่อน  แต่ได้กำไรน้อย แต่บ่อย

2.  แดงขาย เขียวๆเก็บใว้  เมื่อใหร่มันเปลี่ยนใจหัวทิ่มเราค่อยขาย

จากที่ทำการซื้อๆขายๆ  ได้กำไรต่อเดือนตามรูปเลยครับ   คือไม่ถึง 6 %  ซักเดือน




ได้ผลจริงๆครับ   อย่างนี้คงไม่ต้องเหนื่อยเทรดบ่อยๆแล้ว    ทุกทีเมื่อมีกำไรปุ๊บ  แล้วเห็นว่ากำไรกำลังลด ในวันนั้นผมก็แทขายหมดแล้ว  เอากำไรใว้ก่อน

แต่นั่นมันไม่ดีเลย  เมื่อผมกลับมาดูหุ้นที่เคยเทรดเมื่่อก่อน  มันขึ้นมามากกว่า 100 %  แต่เปอร์เซนต์ที่ผมทำได้นั้นแค่  5 %  ต่อเดือน    

มาดูกันสักสองสามเดือนนะครับว่า พอร์ทจะโตได้ซักกี่เปอร์เซนต์

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วันนี้ขายหมูได้ทั้งวัน



วันนี้ขาย  PF ที่ราคา 1.84 ตลาดปิด 1.89    ตั้งขาย  UNIQ   6.95  ตลาดปิด  7.20   หมูหกหมดเลย
UNIQ  วันเดียวขึ้น 6 เปอร์เซนต์  เพิ่งรับมาตอนก่อนเที่ยงแท้ๆ  
รับมาด้วยความมั่นใจทีเดียว  ครึ่งพอร์ท   แต่ดันขายหมูไป

ทำให้ผลประกอบการเดือนนี้จาก 7000 บาท  วันเดียวพุ่งขึ้นไปอยู่ที่  11000 บาท    ถ้าใจเย็นๆรอหมูอ้วนรวยกว่านี้อีก

ตอนนี้จากการศึกษางบการเงิน ดูโวลุ่ม  ดูดลาด  ดูกร๊าฟ  ทำให้เข้าซื้อได้แม่นยำขึ้น

แต่ยังแก้ปันหาขายหมูออกไปไม่ได้   คงต้องหาทางแก้ปัญหากันไป

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เห็นพอร์ทสีเขียวสดใสแล้วมันสดชื่นหัวใจ


วันนี้เขียวทุกตัว    แต่มันน่าเสียดาย  ไม่น่าขายหมู  DSGT  ไปเลย  ขาย 10.50 ตลาดปิด 10.90 ขาดทุนกำไรอีกแล้วครับพี่น้อง    

ตัวที่หนักพอร์ทที่สุดก็คือ  BJC  ครับ  ซื้อไว้ที่ยอดดอยเยอะที่สุดแต่ให้ผลกำไรน้อยสุด 0.06 %   ส่วน GRAMMY  มีน้อยสุดแต่ให้ผลกำไรเยอะสุดเลย

ตั้งแต่วางแผนอย่างเป็นระบบตอนนี้ทำกำไรได้ดีขึ้น  หาจังหวะในการเข้าซื้อเริ่มจะดีแล้ว  แต่จังหวะเวลาการขายนี่นะสิ  ยังไม่ดีเลย  ขายหมูตลอดๆ  เช่นแกรมมี่ขายไปนานแล้วครับ  เหลือไว้ดูเล่นแค่ 100 หุ้นเอง  หุหุ

เดือนที่แล้วได้กำไรไป 8200  เดือนนี้เพิ่งได้แค่  7100 เอง  ยังทำกำไรไม่ชนะเงินเดือนซักที
แต่ก็ยังคงทำงานต่อไปครับด้วยความสบายใจเพราะใช้เวลามาดูหุ้นแค่วันลชั่วโมงสองชั่วโมงก็สามารถทำกำไรได้แล้ว

แต่กว่าจะได้ขนาดนี้นะครับเสียค่าเล่าเรียน (ศึกษาเอง)ไปเจ็ดหมื่นกว่าบาทครับ  ยังไม่ได้คืนเลย

ปล.    ว่างๆจะมาเล่าวิธีการหากำไรแบบง่ายๆให้ฟังซึ่งผมศึกษาเองอาจจะไม่ดีที่สุดแต่ก็ดีที่สุดสำหรับผมครับ  เพราะว่าทำกำไรให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556

เผลอแป๊บเดียว ชนลิ่งซะงั้น


เผลอแป็บเดียว  น้อง TGPRO  วิ่งซะชนลิ่งเลย  พอร์ทผมตั้งแต่เปิดมายังไม่เคยได้กำไรเป็นเปอร์เซนต์มากขนาดนี้เลยครับ  เห็นแล้วมันคันมืออยากขาย  แต่ต้องรอให้ราคาร่วงก่อนสักนิดพอเป็นสัญญาณว่าควรขายถึงจะขายครับ  กลัวหมูหก

วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556

CEN มาแล้วตามเป้า

รับมาใว้ในอ้อม อก อ้อม ใจ เรียบร้อยแล้วครับสำหรับหุ้น CEN   รอกันต่อไปนะครับว่าจะมีแรงวิ่งไปได้ถึงเท่าไร  สำหรับผมเป้าหมายแรกที่ 6 บาท   แต่ก็เหมือนเดิมครับเก็บมาลุ้นเล่นเพียงเล็กน้อย
เดือนที่แล้วขาย Max ได้กำไรไป ห้าพันกว่าบาท  เดือนนี้ขอ Cen ซักหมื่นก็แล้วกันนะครับ