แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิคการเล่นหุ้น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิคการเล่นหุ้น แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556

EXCEL TRADE TFEX FUTURE

ตัวนี้เป็นโปรแกรมล่าสุดเลยครับ  สำหรับเทรดฟิวเจอร์   ซึ่งพัฒนามาจากโปรแกรมเทรดหุ้น   และใส่รายการบัณทึกการซื้อขายสัญญาและกำไรขาดทุนใว้ในตัว  ซึ่งง่ายมากสำหรับการเทรด   แต่คงต้องรอให้มีทุนถึง ห้าแสนบาทก่อนนะครับไม่งั้นความเสี่ยงจะเยอะมาก   สำหรับการเทรดของโปรแกรมนี้นะครับควรเทรดที่ ล้านละไม่เกินสิบสัญญาน่าจะนานอยู่นะครับ  กว่าจะได้ลองของใหม่


โปรแกรมนี้จะขึ้นอยู่กับค่า RSI  เพียงอย่างเดียว  โดยจะสั่งให้ซื้อ S หรือ L  จำนวนสัญญาตามค่า RSI  จะไม่มีความกลัว  และ ความโลภมาเกี่ยวข้อง

EXCEL เทรดหุ้นตามราคาและค่า RSI

โปรแกรมนี้เป็นตัวต้นแบบเลยละครับ  สำหรับการเทรดหุ้นที่ใช้เทคนิค ไม่มีอารมมาเกี่ยวข้อง  เพื่อป้องกันความเสียหายกับพอร์ทในสภาวการณ์ต่างๆ   เพราะผมใจไม่แข็งพอเลยต้องคิดสร้างตัวช่วยเพื่อความงอกงามของกำไร



ใช้สูตรง่ายๆเอาครับ   ใครๆก็เขียนได้    ผมอยากจะลองใช้จริงๆซักที  แต่ติดที่  ติดดอยอยู่ครับ  รอให้หลุดดอยเมื่อใหร่เจอกัน  โปรแกรมเทรด   อยากรู้นักว่าจะทำกำไรได้เดือนละกี่ เปอร์เซนต์  555+
ไม่ต้อง งง นะครับ  C48  คือเงินที่มีในพอร์ทนั่นเองครับ

เงียบหายไปนาน ไม่มีอะไรก็แค่ติดดอย


พอร์ท ติดลบไป 33.91 %  สรุปกำไรที่ทำมาทั้งปี  หายวับไปพร้อมทุน   ด้วยจิตใจที่ไม่เข็มแข็งพอ   สองสามหมื่นไม่กล้าคัท  สุดท้ายพอร์ทติดลบเป็นแสน  จะเป็นลม

หลังจากที่นั่งเซ็งๆมาหลายเดือน  เลยคิดทำ  โปรแกรมเทรดหุ้น   ขึ้นมา  เอาใว้แก้ปัญหา  ความโลภ  ความกลัว ในตลาดเวลาเทรด  เพื่อไม่ให้เกิดการลังเลใดๆ  จึงจัดการสร้าต้นแบบเทรดด้วย เอ็กเซลล์ขึ้นมาครับ

แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ทดลองใช้เพราะว่ายังติดลบอยู่   คาดว่าเมื่อหลุดดอยแล้วจะนำโปรแกรมนี้มาใช้เทรดจริงๆ       ว่าแล้วก็เอารูปมาโชวน์กันหน่อย


เป็นการผสมผสานระหว่างโปรแกรมเทรดหุ้น  กับ โปรแกรมบัณทึกการซื้อขายหุ้น  

โดยโปรแกรมจะคำนวน ราคา เงินในพอร์ท  และค่า RSI เพื่อบอกเราว่าตอนนี้ควรมีหุ้นอยู่ในพอร์ทเท่าไร  ควรซื้อเข้า  หรือขายหุ้นออกเท่าไร  ควรจะมีเงินประกันพอร์กี่บาท  ซึ่งยอดจะเปลี่ยนไปทุกครั้งที่เราเทรดได้กำไร  หรือขาดทุน   การทำงานเหมือนขั้นบันได  ขึ้นทีระขั้นก็ขายทีละก้อน  ลงทีละขั้นก็ซื้อทีละก้อน  ตามจำนวนขั้นที่ตั้งใว้เลยครับ  ซึ่งการนำ RSI มาจับนั้นจะทำให้การมีหุ้นเต็มพอร์ทนั้นยากมาก และการขายหมดพอร์ทนั้นก็ยากเหมือนกัน  สรุปได้กำไรเล็กน้อยแต่ได้ตลอดครับ  กินคำเล็กๆเรื่อยๆ
ข้อดีของโปรแกรมนี้คือ  ถ้าใช้กับหุ้นที่มีการสวิงของราคาอยู่มาก  ก็จะทำกำไรได้ตลอดครับ

ส่วนโปรแกรมบันทึกหุ้นก็ยังคงเดิมอยู่ไม่ได้มีลูกเล่นอะไรเพิ่มขึ้นเลยครับ


วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2556

LET PROFIT RUN ให้หุ้นที่มีกำไรทำงาน


ปล่อยให้หุ้นที่มีกำไรทำงาน   ดีกว่าปล่อยให้หุ้นที่ขาดทุนทำงานนะครับ
 ตัวใหนแดงคัท  เขียวปล่อยใว้ลองดูกันนะครับว่าอะไรจะทำเงินให้เรามากกว่ากันระหว่าง

1.  แดงซื้อเขียวขาย  เอากำไรใว้ก่อน  แต่ได้กำไรน้อย แต่บ่อย

2.  แดงขาย เขียวๆเก็บใว้  เมื่อใหร่มันเปลี่ยนใจหัวทิ่มเราค่อยขาย

จากที่ทำการซื้อๆขายๆ  ได้กำไรต่อเดือนตามรูปเลยครับ   คือไม่ถึง 6 %  ซักเดือน




ได้ผลจริงๆครับ   อย่างนี้คงไม่ต้องเหนื่อยเทรดบ่อยๆแล้ว    ทุกทีเมื่อมีกำไรปุ๊บ  แล้วเห็นว่ากำไรกำลังลด ในวันนั้นผมก็แทขายหมดแล้ว  เอากำไรใว้ก่อน

แต่นั่นมันไม่ดีเลย  เมื่อผมกลับมาดูหุ้นที่เคยเทรดเมื่่อก่อน  มันขึ้นมามากกว่า 100 %  แต่เปอร์เซนต์ที่ผมทำได้นั้นแค่  5 %  ต่อเดือน    

มาดูกันสักสองสามเดือนนะครับว่า พอร์ทจะโตได้ซักกี่เปอร์เซนต์

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เทรดหุ้นแบบ แซ๊บเวอร์

การเทรดหุ้นมันสนุกมาก ( ถ้ามีเงินให้เทรด )

พอมีเวลาว่าง ผมก็เลยมานั่งเขียนสูตร เอ๊กเซลล์คำนวนเงินในการซื้อขายหุ้นหลายหน้าเลยที่เดียว  ซึ่งสามารถลิ๊งค์ข้อมูลตัวเลขถึงกันได้ทุกหน้า ประกอบด้วย
1.  โปรแกรมบริหารกำไรในพอร์ท ในก็รณีที่มีผู้ร่วมทุนด้วย 

2.  โปรแกรมคำนวนกำไรหุ้น ซึ่งสามารถหักค่าโบร๊คเกอร์ได้เอง กำหนดเป้าหมายได้ คำนวนต้นทุนเฉลี่ยได้จากการซื้อขายหลายๆครั้ง


รูปนี้กำไร TVD เห็นๆ  แต่ด้วยความเป็นเม่า  เล่นเดย์เทรด เอากำไรไปให้เจ้า PPS ชั่วพริบตา
จะจดจำไว้ว่าจะไม่เป็นชาวไล่อีกแล้ว (ไล่ซื้อตามเขา ) ตอนนี้ PPS อยู่ที่ 2.30



3.  โปรแกรมคำนวนเงินในบัญชีธนาคาร กรณีเปิดพอร์ทแบบหัก ATS แต่ตัวโปรแกรมไม่มี T+3 นะครับ กำไร ขาดทุนจากการซื้อขายหุ้นหน้าที่แล้วจะมาโชว์ที่หน้านี้ทั้งหมด


4. กร๊าฟ อันนี้สำคัญมากเพราะเราจะได้รู้ความสามารถในการเทรดแบบเดือนต่อเดือน เปลี่ยบเทียบถึง 20 ปีทุกเดือน  และกร๊าฟเปลียบเทียบเปอร์เซนต์กำไรเทียบกำเปอร์เซนต์ดัชนีย์ตลาดหลักทรัพย์แบบปีต่อปี 20 ปี  กร๊าฟทั้งสองนี้ยังไม่ได้เริ่มใช้  เริ่มใช้ตอนปีหน้าครับ


หากมีข้อติติงประการใดก็โพสพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ  แอ๊ดมินไม่ถือ แพราะแอ็ดมินติดดินมากๆครับเป็นคนธรรมดาไม่ได้รวยไม่ได้เก่งกาจอะไร  เงินเดือนไม่ถึงหมื่นบาท  พร้อมรับฟังทุกความเห็นครับ

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555

ขาดทุน 50 % ต้องทำอย่างไรจึงจะได้ทุนคืน


                   วันนี้ขายหมีที่ซื้อมาแพงไปเรียบร้อยแล้วครับที่ 0.84  ได้กำไรมา 1303 บาท แล้วตั้งซื้อลูกหมูกลับBLA01CB ที่ 0.77  แต่ไม่ได้ของ ปิดที่ 0.79 เลยไม่มีหมูไว้ขายรอบหน้าเลย  เมื่อเช้ามีประชุมด่วนถึงเที่ยงไม่งั้นเจอจัดเต็ม  ยังดีตอนบ่ายว่างเลยได้ขาย

                    การขาดทุน 50 % นั้นง่ายมาก  แต่การที่จะกู้การขาดทุนนั้นกลับคืนมานั้นจะต้องทำกำไรให้ได้ถึง 100 % เต็มเลยทีเดียว  ยากสุดๆ   นี่เป็นความจริงที่น่าคิดนะครับ แต่กลับกันนะครับว่า ไม่ขาดทุนและได้กำไรมา 100 %  นั้นไม่นาน คงถึงฝัน ดังนั้นจะต้องทำกำไรอย่างเดียว จะมากจะน้อยก็แล้วแต่  แต่อย่าเสี่ยงจนขาดทุน  ติดตามตอนต่อไปนะครับว่าจะได้กำไร 100 %  มาลบล้างการขาดทุน 50 % ได้หรือไม่

                    สรุปยอดติดลบ จากคราวที่แล้ว ติดลบอยู่ - 25363  วันนี้เสียดอกเบี้ยไป 500
 แต่วันนี้ได้กำไรมา + 1303 บาท     รวมยังติดลบอยู่  - 24560  บาท

วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555

กลับลำหุ้น DW


                             วันนี้ประชุมครึ่งวัน มาดูหุ้น  โอ้โห  SET ขึ้น  13 %   นึกเสียดาย  ถ้าได้เฝ้าตอนเช้ามีเฮแน่   พอบ่ายก็เลยลงมือช้อนซื้อ  พุทด้วยเครดิตซะแต็มพอร์ทเลยทีเดียว กะว่าหุ้นตอนบ่านต้องร่วงแน่  แต่เอ้ลบไปสองช่อง  ท่าไม่ดี  กลับหลังหันยังทัน  เลยล้างพอร์ท  กลับไปรับ คอลมาแทน   แต่เนื่องจากเย็นมากแล้วเลยซื้อได้แค่เงินที่มีในบัญชี   เลยได้เขียวๆมาเห็นบ้าง

                             สรุปยอดติดลบของพอร์ท  จากเมื่อวานติดลบ  - 10953  บาท  วันนี้ติดลบเพิ่มอีก   - 1705  บาท รวมเป็น  ติดลบ  - 12658  บาท   สร้างนิวไฮในการติดลบอีกแล้วเฮ่อ

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

บทเรียนที่2กับหุ้นวอแรนท์


                              เล่นหุ้น DW นั้นมันไม่ง่ายเลย  เป็นบทเรียนที่มีราคาอีกหนึ่งบทเรียน   คือการซื้อหุ้น DW นั้นไม่ควรที่จะถือนาน ควรจะซื้อก็ต่อเมื่อคิดว่าหุ้นมันจะขึ้นเท่านั้น  และควรขายทิ้งทั้งหมดเมื่อหุ้นตัวแม่ย่อลงมา 2 ช่อง  ไม่งั้นแดงเดือดครับพี่น้อง แล้วถ้าจะลุ้นกำไรต้อค่อยเข้าเก็บตอนที่มันร่วงสุดๆแล้ว จะได้กำไรมากกว่าครับ   และอีกอย่างที่ห้ามพลาดในการเล่น DW  คือต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด  เพราะทุกวินาทีของ DW  คือกำไรและขาดทุนได้ทุกเมื่อและจะเป็นในปริมาณมากอีกเสียด้วย


                               สำหรับคนที่แล่น DW นั้นจะมีสิ่งทีต้องยอมรับคือ


1. หุ้นลูกบางครั้งก็ไม่วิ่งตามหุ้นแม่  หรือวิ่งช้ากว่าบ้าง  เร็วกว่าบ้าง ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด ข้อนี้ผมเห็นมาแล้วครับ  พอคนเทขายปุ๊บหุ้นร่วงปั๊บเลย  ทั้งที่ตัวแม่ยังนิ่งอยู่


2. กำไรจะสูงมากเมื่อเทียบกับหุ้นแม่  และการขาดทุนก็จะสูงมากกว่าเช่นกัน  อันนี้ต้องเข้าใจ


3. ราคาลงเองได้ตามระยะเวลาแม้หุ้นแม่ยังคงนิ่งก็ตาม  เพราะหุ้น DW  มีการบวกราคาค่าเวลาเข้าไปด้วย


4. มีวันหมดอายุ  และราคาจะปรับเข้ามาเทียบเท่าหุ้นแม่ ( ในการใช้สิทธิ์ ) เมื่อเวลาใกล้จะหมด  และจะมีค่าเป็นศูนย์เมื่อหมดอายุ


5. บางครั้งจำนวนบิทและ ออ๊ฟเฟอร์มีมากบ้างน้อยบ้าง  ไม่เท่ากันบ้าง คุณยอมรับได้มั๊ย






            วันนี้ผมไม้ได้เฝ้าจอพอร์ทเลยแดงเดือดอย่างที่เห็น  ยกเว้นการบินไทยนะครับ  ตัวนี้ติดลบมาหลายวันแล้ว เก็มมาวันที่ 29 ธันวาคมปีที่แล้วได้มาพร้อมกับ CPALL  แต่ CPALL เขียวแล้วเลยขายทำกำไรก่อนครับ  ได้มา + 251 บาท  พรุ่งนี้รอลุ้น BANP01CB  อีกทีเขียวเมื่อใหร่  ยังไม่ขายครับ แต่ถ้าลง 1 ช่อง จะเทขายให้หมดพอร์ทเลยครับ  เผื่อจะชดเชยบินไทยได้บ้าง




           สรุปยอดติดลบของพอร์ทกันดีกว่าครับ  คราวที่แล้วยกยอดมา -  876 บาท  วันนี้ได้กำไร CPALL มาอีก + 251 บาท   รวมแล้วยังติดลบอยู่อีก - 625 บาท

วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

นิ่งเสียตำลึงทอง



                วันนี้ได้ข้อคิดอีกอย่างหนึ่งคือ    หุ้นขึ้นให้ขายก่อนตลาดปิด   ซื้อใหม่ตอนตลาดเปิด    หุ้นลงให้ขายเลย  ยิ่งรอก็ยิ่งลงใหญ่   แต่พอลงต่ำสุดแล้วค่อยเข้าซื้อใหม่


                ESSO  ตัวนี้ซื้อตอนกำลังขึ้อ  ซื้อปุ๊บขึ้นต่ิอได้กำไร  1.6 % ทันที่  แต่ไม่ยอมขายเลยกลายเป็นขาดทุนเสียนี่   ติดลบอีก    576  บาท    พรุ้งนี้ถ้าขึ้นมาเขียวเมื่อใหร่  ขายทิ้งทันทีเลย    BEC  ก็ขึ้นไปจนเกือบ  44  บาทแล้ว  เสียดายไม่ได้เก็บใว้    วันนี้ไปประชุมนอกสถานที่เลยไม่ได้ดูหุ้นเลย      พรุ่งนี้ลุยต่อ  จัดมาให้เป็นบวกให้ได้  สู้ๆ

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ตัดใจขายขาดทุน



                   หลังจากที่เก็บ  AJ   เอาใว้หลายวันก็เห็นมีแต่ลงกับลง   วันนี้ผมก็เลยต้องตัดใจขายขาดทุนไป -1430.96  บาท   หันไปเห็น  BEC  ยังไม่ขึ้นก็เลยกระโดดกอด  BEC  มาก่อนปิดตลาด    เขียวมา  1%  เก็บไว้ลุ้นพรุ่งนี้ต่อ


                  สรุปตั้งแต่เล่นหุ้นมาได้   8   วัน  ได้มา + 900  บาท  แต่เสียไป  -1897  บาท สรุปแล้ว  ขาดทุนไป   -997 บาท   


                 วันนี้ใช้กลยุทธ์  หนามยอกเอาหนามบ่ง   หุ้นอยากลงดีนัก  ตัดคัทลอสเสียเลย  แล้วค่อยมาซื้อใหม่ตอนที่มันต่ำสุด   ไม่ได้เลย  เสียรู้มาหลายวันแล้ว 


                  ต้องรอให้  BEC  ช่วยเหลือเสียแล้ว  ลุ้นต่อพรุ่งนี้ครับว่าจะเป็นอย่างไร

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

บทเรียนที่1


                        นี่เป็นบทเรียนแรกในการซื้อหุ้นแล้วขาดทุน   หุ้น AJ  ติดลบอยู่  366.92  บาท   
 เงินในพอร์ทก็หมดแก้ปัญหาไม่ได้   ทั้งๆที่วันนี้หุ้น  AJ  ได้วิ่งขึ้นไปที่  15.10   ในตอนเช้า   และ  15.20  ในตอนเย็น     หุ้นวิ่งลงต่ำถึง  14.80   ตั้งหลายรอบ   แต่ยังไม่สามมารถแก้ปัญหาติดลบใน  พอร์ทได้
เนื่องจาก ผมขาดการวางแผนที่ดี  สำหรับรองรับ สถานการณ์ต่างๆ   จึงไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้


                        ผมนั่งคิดมานานพอสมควร   และแล้วก็ได้กลยุทธ์ใหม่   ซึ่งใช้ป่องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อทรัพย์สินอันมีค่ายิ่งของเรา    ไม่ว่า  หุ้นจะตก  เกิดภัยธรรมชาติ   หรือเกิดสงคราม  เราก็จะเกิดความเสียหายน้อยลง   คือ


แผน  These Four 
เป็นการแบ่งเงินในการลงทุน  เป็น 4 ส่วนเท่าๆกัน คือ


      1. เสบียง  คือการใช้เงินเพียง 1 ส่วน  ซื้อขายหุ้นทองคำเพียงอย่างเดียว  แต่ไม่ใช่ซื้อ  Gold Future นะครับ   เป็นส่วนที่มั่นคง  เก็บใว้ยามฉุกเฉิน


      2. กองหนุน   เอาใว้คอยอุดหนุน  ทัพหน้าและทัพหลังเพื่อช่วยลดต้นทุน   เพื่อไม่ให้เกิดการขาดทุน  ใช้เข้าซื้อหุ้นเวลาที่เกิดการสวิงลงต่ำ  และสวิงขึ้นใหม่


       3. ทัพหลัง  ใช้ซื้อหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนสูง ซึ่งอยู่ในเซ็ท  100  เน้นซื้อหุ้นที่ทำรายได้จากภายในประเทศ  เช่น   CPALL   BTS    เป็นต้น


       4. ทัพหน้า  ใช้ซื้อหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงพวก   Warrant  TFEX  สามารถสร้างกำไรได้สูง  




มาลองใช้แผนนี้ดูก่อนดีกว่าว่าจะเป็นอย่างไร    ติดตามกันนะครับ